Mr.Tambourine Man.
posted on 24 Aug 2008 23:40 by mayest
1
เช้าวันหนึ่งในเดือนก่อน
เส้นทางเดินบนสะพานลอยอนุสาวรีย์ชัย
ที่ดูจะพลุกพล่านด้วยผู้คนจากทุกสารทิศ
เช่นเดียวกับทุกๆ วันที่เรามีโอกาสได้แวะเวียนผ่านมา
แต่คล้ายว่ามีบางสิ่งที่ต่างออกไปจากวันอื่นๆ..
ถัดมาเป็นทางเชื่อมเข้าสะพานลอยรถไฟฟ้า
มีเสียงเพลงดังแว่วมา เสียงเพลงที่ไร้เนื้อร้องใดๆ ขับกล่อม
หากแต่มีเพียงท่วงทำนองที่เศร้าและกินลึกถึงขั้วหัวใจ
ชายคนหนึ่ง ผู้ไร้ซึ่งอวัยวะใช้ก้าวเดิน
นั่งพิงราวสะพาน สายตาก้มลงต่ำ คล้ายจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เบื้องหน้ามีแก้วพลาสติกสีขาวไม่สะอาดนักวางอยู่
คล้ายบอกเป็นนัยๆ ว่ามานั่งที่นี่เพื่อเหตุใด
มือสองข้างและปากที่ทำหน้าที่ขับกล่อมดนตรี
ที่ดังก้องและโหยหวนในละแวกนั้น ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านสะดุดใจไม่น้อย
มือที่ทำหน้าที่ต่างจากนักดนตรีคนอื่นๆ ทั่วไป ที่เคยพบเจอมา
ในมือทั้งสองข้างของชายวัยกลางคน
ไม่ใช่เครื่องดนตรีมีราคา หรือ หีบเพลงด้อยค่า..
หากแต่เป็นเพียงแค่ใบไม้ใบนึง ที่ไม่สดและไม่อ่อนนัก
เรายืนเฝ้าสังเกตอยู่นาน หลายคนเดินผ่านมาแล้วผ่านไป
บ้างก็หันไปมอง แล้วเดินผ่านไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บ้างก็ก้มตัวหย่อนเศษเหรียญในมือลงในแก้วใบนั้น..
ถึงเวลาของเราบ้าง
ที่จะเดินผ่านไป แล้วทำในสิ่งที่เราตั้งใจจะทำ
เพื่อคนที่ไม่มีโอกาสจะได้เป็นหรือได้มี
เช่นเดียวกับสิ่งที่เรามี..
แล้วรอยยิ้มก็บังเกิด
2
หลายวันผ่านไป เรายังคงใช้เส้นทางเดิม
ในการสัญจรชีวิตทั้งเช้าและเย็น
เราเดินผ่านสถานที่เดิมๆ ที่ดูคล้ายว่าจะไม่มีวันใด
พิเศษไปกว่าทุกๆ วันเลยด้วยซ้ำ..
บนสะพานทางเชื่อมเล็กๆ
ที่เชื่อมจากสะพานลอยอนุสาวรีย์ชัย
เราพบบางสิ่งที่คุ้นหู และคลับคล้ายว่าจะคุ้นเคย
หากแต่ไม่ใช่เพลงเดิม และใบไม้ในมือ
คงไม่ใช่ใบเดิม ใบเดียวกับใบไม้ในวันนั้น
เวลาและสถานที่เปลี่ยนแปลง
แต่คนยังคงไม่เปลี่ยนไป
เหรียญในมือก็ถูกหย่อนลงแก้วใบเดิมอีกครั้ง..
แม้คราวนี้จะไม่มีรอยยิ้มใดๆ
หากแต่เราต่างรู้สึกได้ในสิ่งที่เกิดขึ้น
เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ
ที่สร้างรอยยิ้มเล็กๆ ให้กับโลกใบใหญ่..
.maybe mayest.



